14 ข้อสรุปของ มานซา มาซา (Mansa Musa I) บุคคลที่รวยที่สุดชั่วกัลปวสาน

กษัตริย์ “มานซา มาซา” เป็นบุคคลที่มั่งมีที่สุดเท่าที่โลกเคยมีมา เป็นคนที่รวยที่สุดที่ศตวรรษที่ 14 และก็มีมูลค่าเงินสูงถึง 400,000 ล้านดอลลาร์ ทรงขึ้นครอบครองราชได้เป็นกษัตริย์องค์ที่ 10 ที่อาณาจักรมาลย์แอฟริกาใต้ ในปี ค.ศ.1312
ไม่เคยมีการบันทึกเรื่องราวก่อนขึ้นครอบครองราชของท่าน มีข้อมูลเพียงว่า ทรงเกิด ในปี ค.ศ.1280 ทรงเป็นบุตรหลานของผู้จัดตั้งอาณาจักรผกาแม้กระนั้นพ่อของท่านนามว่า “Faga Laye” และก็บุตรหลานเชื้อสายตรงคนอื่นก็มิได้ขึ้นเป็นกษัตริย์อะไร ปัจจัยที่กษัตริย์ “มานซา มาซา” ได้ขึ้นครอบครองราชเนื่องจากว่ากษัตริย์องค์ก่อนเริ่มเดินทางแสวงบุญแล้วก็ได้มอบตำแหน่งคนรักษาการแก่ท่าน รวมทั้งเมื่อกษัตริย์องค์ก่อนหายสูญก็เลยทรงได้รับตำแหน่งกษัตริย์องค์ใหม่ไปอย่างแม่นยำ
ก่อนหน้านี้ผู้คนจำนวนไม่ใช้น้อยอาจไม่รู้จะกษัตริย์ผู้ครอบครองชั้นคนที่มั่งคั่งที่สุดชั่วกับชั่วกัลป์ผู้นี้มาก่อน ในเนื้อหานี้พวกเราได้เก็บข้อมูลที่น่าดึงดูดมากเอามาให้แด่ท่านได้อ่านสะสมวิชาความรู้กัน

รวมข้อพิสูจน์ที่น่าดึงดูดของท่าน
1.ระดับความรวยของกษัตริย์ มานซา มูซา คิดเป็นค่าตามปัจจุบันนี้จะมากยิ่งกว่าค่าสินทรัพย์ของมหาเศรษฐี “ใบเสร็จรับเงิน เกตส์“ ถึง 7 เท่า
2.ภายหลังที่ทรงสิ้นประการเกิดแล้ว ในตอนปี ค.ศ.1333 – 1337 ทรัพย์สมบัติแล้วก็ความรวยที่ท่านเคยทรงสร้างเอาไว้ก็เบาๆน้อยลงไปเรื่อยได้ผลจากสงครามกลางเมืองรวมทั้งการรุกรานของฝรั่ง รวมถึงการจัดการที่บกพร่องของรัชทายาทรุ่นต่อๆมาจนกระทั่งท้ายที่สุดสมบัติและก็ความมั่งมีที่ท่านเคยสะสมไว้ก็หมดไป
3.สำหรับในการเดินทางแสวงบุญของท่าน โดยมีจุดมุ่งหมายอยู่ที่มหานครมักกะฮ์ ทรงเริ่มเดินทางกับทหารปริมาณ 60,000 นาย ขี้ข้าอีก 12,000 คนขี้ข้าทุกคนสวมชุดที่ทำมาจากไหมพรมอย่างดีเยี่ยม และก็ตลอดระยะการเดินทางก็จะบริจาคทองคำเพื่อช่วยเหลือคนรวมถึงเจ้าผู้ครองเมืองต่างๆที่ท่านทรงเดินทางผ่าน
4.ในปี ค.ศ.1324 เป็นขณะที่ท่านเริ่มเดินทางแสวงบุญ ในตอนนั้นท่านครอบครองราชไปแล้ว 17 ปี แล้วก็การเดินทางคราวนี้ก็ทำให้ท่านมีชื่อเสียงมีชื่อเสียงไปทั่วจนถึงทุกวันนี้ เพราะว่านอกเหนือจากจากจ่ายแจกเงินไปตลอดทาง ยังทรงติดอันดับเป็นบุคคลระดับหัวหน้าที่เป็นคนมุสลิมคนแรกที่เริ่มเดินทางแสวงบุญไกลถึง 4,000ไมล์
5.สำหรับการเริ่มเดินทางแสวงบุญนั้นท่านสั่งให้เอาทองคำขนไปกับอูฐด้วยทั้งปวง 80 ตัว แต่ละตัวจะปฏิบัติภารกิจหามทองคำราว 100 ปอนด์ แม้กระทั้งพวกขี้ข้าที่ร่วมเริ่มเดินทางก็ยังได้รับทองคำไปด้วย
6.ท่านยังเคยผลักดันการเรียนรู้ด้วยการสั่งให้สร้างมหาวิทยาลัย “University of Sankore” ที่เมือง “Timbuktu” กระทั่งแปลงเป็นที่พึงพอใจของพวกนักวิชาการทั่วทุกมุมโลกในยุคนั้น
7.การให้ทานทองคำของท่านถึงกับทำให้เศรษฐกิจในหลายเมืองกระทั่งเปลี่ยนเป็นอัมพาต เพราะว่าทำให้เกิดผลกระทบต่อรองราคาทอง รวมทั้งทำให้เงินเฟ้อสูง แต่ว่าเรื่องราวนั้นก็ทำให้ท่านเปลี่ยนเป็นบุคคลเพียงแค่อย่างเดียวซึ่งสามารถคุมราคาทองทั่วดินแดนในรอบๆเมดิเตอร์เรเนี่ยน (โดยไม่ได้ตั้งใจ) ภายหลังที่การเดินทางจบเมื่อเดินทางกลับมาแล้วท่านก็ยังมิได้หยุดใช้เงินอะไร ทรงสั่งให้สร้างพระราชวังขึ้นมาใหม่ , สร้างสุเหร่าใหม่ และก็สร้างศูนย์การศึกษาเล่าเรียนอีกด้วย
8.ความร่ำรวยมีเงินมีทองของท่านมาจากเหมืองทองคำแล้วก็เกลือ ทองทั้งปวงที่อยู่ใต้ดินจะถือได้ว่าของกษัตริย์ทั้งผอง รวมทั้งในตอนสมัยนั้นเกลือก็นับว่าเป็นของที่มีค่าแบบสุดๆ
9.ในตอนยุคที่ท่านขึ้นครอบครองราชเมือง ทรงดูแลเมืองใหญ่ได้ถึง 4 เมือง มีพื้นที่รวมกันทั้งปวง 439,400 ตางรางไมล์ และก็ทรงบริหารเมือง “Timbuktu”กระทั่งเปลี่ยนเป็นเมืองที่สำคัญสำหรับในการค้าขาย , เป็นศูนย์กลางวิชาความรู้ แล้วก็เป็นแหล่งรวมวัฒนธรรมอันนานัปการ อาณาจักรดอกไม้เริ่มก้าวหน้าขึ้นเรื่อยแล้วก็มีเมืองมากขึ้นสูงถึง 400 เมืองกระทั่งเปลี่ยนเป็นอาณาจักรที่ใหญ่ที่สุดในโลก
10.ท่านยังสั่งให้สร้างอาคารบ้านเรือนที่เป็นที่รู้จักจำนวนไม่ใช่น้อย ทรงว่าจ้างวิศวกรมากมายอีกทั้งจากประเทศสเปนแล้วก็เมืองไคโรในประเทศอียิปต์ รายนามสิ่งปลูกสร้างที่สำคัญก็มี สุเหร่า Djinguereber Mosque (ทรงจ่ายค่าแรงงานเป็นทอง 200 กก.) , มหาวิทยาลัย The great University of Sankore (นับได้ว่าเป็นหอสมุดที่สูงที่สุดในโลกของยุคนั้น) , ราชสำนัก (โดนทำลายไปแล้ว) แล้วก็ สุเหร่า Gao mosque (เป็นครั้งแรกในแอฟริกาใต้ที่มีการใช้อิฐแดงสำหรับการก่อสร้าง)
11.คนโดยส่วนใหญ่มั่นใจว่าทรงมีชื่อว่า “แมนซา” ตั้งแต่ตอนแรกแล้วซึ่งคำว่าแมนซานั้นสามารถแปลเป็นภาษา Mandinka ได้ว่า สุลต่าน , ผู้ดูแล หรือ จักรพรรดิ์ ถ้าเช่นนั้นชื่อ “แมนซา มาซา” ก็จำต้องแปลทำนองว่า “จักรพรรดิ์มาซา” แถมยังทรงได้ขึ้นครอบครองราชจริงๆเสียด้วย
12.ทรงให้อิสระสำหรับเพื่อการเชื่อในศาสนาแก่ราษฎร ยุคนั้นมิได้มีการบังคับให้ทุกคนจำต้องมานับถือชาวมุสลิมอะไร แม้กระทั่งทรงเลือกช่วยเหลืออิสลามเป็นหลักก็ตาม
13.ภายหลังที่ท่านทรงเริ่มเดินทางแสวงบุญกระทั่งเป็นข่าวดังไปทั่ว ช่างทำแผนที่ชาวตะวันตกก็ตกลงใจใส่อาณาจักรบุษบาทรงบนแผนที่โลก
14.กษัตริย์ “มานซา มูซา” ยังคงครอบครองตำแหน่งบุคคลที่รวยที่สุดเท่าที่เคยมีมากระทั่งปัจจุบันนี้ แต่ว่าก็ยังถูกมองดูในฐานะกษัตริย์ “ใจใหญ่” ที่อาณาจักรบุปผาและก็นามของท่านจะเป็นที่กล่าวขวัญของคนรุ่นใหม่ตลอดกาล

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *