รู้ไว้ใช่ว่า ใส่บ่าแบกหาม ความหมายของโภชนาการ

รู้ไว้ใช่ว่า ใส่บ่าแบกหาม ความหมายของโภชนาการ

 

โภชนาการ หมายถึง เรื่องที่ว่าด้วยอาหาร เช่น ประโยชน์ของอาหาร การย่อยอาหาร โรคขาดสารอาหาร เป็นต้น โภชนการจึงเป็นวิชาการสาขาหนึ่งซึ่งมีลักษณะเป็นวิทยาศาสตร์ประยุกต์ที่กล่าวถึงการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ของอาหารที่รับประทานเข้าไปเพื่อประโยชน์ในการบำรุงร่างกาย

“ถ้าถามว่าจำเป็นที่จะต้องรู้ไหม คำตอบคือ รู้ไว้ก็ไม่เสียหายอะไร เพราะก่อนที่เราจะกินอาหารอะไรสักอย่าง ถ้าเราเข้าใจอาหารนั้นๆ จะไม่ดีกว่าการที่ไม่รู้คุณประโยชน์ หรือโทษของอาหารที่เราจะนำเข้าร่างกายของเราเลยหรือ”

 

               สารอาหาร (nutrients) คือ สิ่งที่กินเข้าไปในร่างกายแล้วให้เกิดประโยชน์ต่อร่างกายในอาหารมีส่วนประกอบที่เป็นสารเคมีอยู่หลายอย่าง ได้แก่ โปรตีน คาร์โบไฮเดรต ไขมัน แร่ธาตุ น้ำ สารเคมีเหล่านี้ร่วมกันเรียกว่า สารอาหาร จำแนกออกได้เป็น 2 กลุ่มใหญ่ คือ สารอาหารที่ให้พลังงานและสารอาหารที่ไม่ให้พลังงาน

  1. สารอาหารที่ให้พลังงาน

1.1 โปรตีน (protein)อวัยวะทุก ๆ ส่วนของร่างกายโดยเฉพาะส่วนที่เป็นกล้ามเนื้อจะประกอบด้วยโปรตีนเป็นส่วนใหญ่ประมาณ ร้อยละ 16.9 ของน้ำหนักตัว หน้าที่ของโปรตีน คือ ช่วยในการเสริมสร้างเนื้อเยื่อและซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของอวัยวะต่าง ๆ ให้กลับคืนสู่สภาพปกติ

1.2 คาร์โบไฮเดรต (carbohydrate) ร่างกายต้องการคาร์โบไฮเดรตในปริมาณที่เพียงพออยู่ตลอดเวลาเพื่อใช้ในการเผาผลาญ คาร์โบไฮเดรตเป็นแหล่งเชื้อเพลิงของร่างกาย เกี่ยวข้องกับการทำงานของเซลล์ประสาทส่งเสริมให้เซลล์สมองทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

1.3 ไขมัน (fat) มีอยู่ในอาหารธรรมชาติทั่วไปและมีมากในอาหารประเภทมันสัตว์และน้ำมันพืชเป็นแหล่งสะสมพลังงาน หน้าที่ของไขมัน คือ ให้พลังงานและความอบอุ่นแก่ร่างกาย ไขมันทำหน้าเป็นตัวนำวิตามินที่ละลายในไขมัน (วิตามินเอ ดี อี เค) ทำให้มีการดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดและทำหน้าที่หล่อลื่นให้อาหารผ่านลำไส้ได้ดีขึ้น ขณะเดียวกันจะลดการผลิตน้ำย่อยอาหารทำให้อาหารไปสู่ลำไส้ช้าลงจึงทำให้อิ่มนาน

 

  1. สารอาหารที่ไม่ให้พลังงาน

2.1 วิตามิน (vitamins)ทำหน้าที่กระตุ้นและควบคุมการทำงานของระบบต่าง ๆ ของร่างกาย ส่งเสริมการพัฒนาและการเจริญเติบโตของร่างกาย โดยทั่วไปประเภทของวิตามินแบ่งออกได้ตามคุณสมบัติมี 2 ประเภท คือวิตามินที่ละลายในไขมัน (fat soluble group) และวิตามินที่ละลายในน้ำ (water soluble group) มีคุณสมบัติ คือละลายในน้ำได้ง่ายและอาจถูกทำลายได้ด้วยความร้อนจากการหุงต้ม แสงสว่าง ความร้อนและด่าง ไม่มีการสะสมในร่างกายเมื่อเกินความต้องการ ไม่มีอาการแพ้

2.2 เกลือแร่ (minerals) มีหน้าที่รักษาความสมดุลของกรดและด่างในร่างกาย เป็นตัวเร่งสำหรับปฏิกิริยาทางชีวภาพ รักษาความสมดุลของน้ำในร่างกาย ช่วยในการรับส่งประสาทความรู้สึก ควบคุมการหดตัวของกล้ามเนื้อ ช่วยในการเจริญเติบโตของกล้ามเนื้อ และช่วยในการเจริญเติบโตและพัฒนาของอวัยวะต่าง ๆ ตามปกติร่างกายมนุษย์มีกลไกพิเศษสำคัญสำหรับควบคุมการดูดซึมของเกลือแร่ที่จำเป็นต่อร่างกายและสามารถขับออกได้ทางปัสสาวะ อุจจาระ น้ำดี เหงื่อ ถ้าหากเกลือแร่นั้นเกินความต้องการ

2.3 น้ำ (water) ร่างกายพยายามที่จะรักษาระดับน้ำให้มีความสมดุลระหว่างน้ำที่สูญเสียกับน้ำที่บริโภค ดังนั้นการสูญเสียน้ำในร่างกายจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งถ้าร่างกายขาดน้ำอาจจะจะมีการเปลี่ยนแปลง คือ ปริมาณของเหลวในเลือด (plasma) ลดลง อุณหภูมิทุกส่วนของร่างกายเพิ่มขึ้น จำนวนความร้อนที่สะสมในร่างการเพิ่มขึ้น ประสิทธิภาพของการทำงานลดลง ความดันเลือดในเส้นเลือดดำลดลง การรักษาระดับอุณหภูมิทุกส่วนของร่างกายล้มเหลวเพราะไม่มีเหงื่อใช้ในการระเหยทำให้ปริมาณที่ไหลเวียนเลือดลดลง

ข้อมูลด้านโภชนาการเป็นข้อมูลที่ซับซ้อนและบางทีอาจเข้าใจยาก แต่อยากให้ได้ศึกษาไว้เพื่อที่จะได้มีความรู้ นำมาใช้ได้ในชีวิตประจำวัน ซึ่งการที่คนเราจะมีสุขภาพดีหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายๆ อย่าง ซึ่งส่วนใหญ่จะอยู่ภายใต้การควบคุมของตัวเอง ส่วนที่นอกเหนือการควบคุมมีน้อย เช่น กรรมพันธุ์ ดังนั้นถ้าเราควบคุมปัจจัยต่าง ๆ ได้เช่น การเลี้ยงดูตั้งแต่เด็ก การดำเนินชีวิตอย่างถูกต้อง คนส่วนใหญ่ช่วยกันรักษาสิ่งแวดล้อม ในครอบครัวมีความสงบสุขดีคือมีสุขภาพจิตดี และสิ่งที่สำคัญอีกประการหนึ่งคือ การเอาใจใส่เรื่องโภชนาการ ถ้าสามารถควบคุมสิ่งเหล่านี้ได้หมด สุขภาพดีถ้วนหน้าก็คงจะไม่เกินความเป็นจริง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *